Apr
25
Apr
25
ขอขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของสสส. และ วิชาการดอทคอม
www.thaihealth.or.th
“การฝึกฝนทำให้คุณเป็นคนเก่ง” คือคำกล่าวของนักประสาทวิทยาชาวสวีเดน โทร์เคล คลิงเบิร์ก ว่าคนเราควรทำอย่างไรให้ได้ข้อมูลและมีความเข้าใจมากที่สุด โดยที่เราไม่ต้องใช้สมองจนเกินกำลังหรือไม่ทำให้รู้สึกเบื่อหน่าย เนื่องจากสมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดในระยะเวลาที่จำกัด แต่เราก็มีวิธีที่จะใช้ศูนย์ความคิดของเราให้ มีประโยชน์มากที่สุดเช่นกัน
Multitasking คุณกำลังเดินทางไปพบปะพูดคุยธุรกิจและระหว่างทางครุ่นคิดวิธีการเจรจาตกลง ต่างๆ คุยโทรศัพท์หรือเขียนจดหมาย แต่การทำงานหลายๆ อย่างในคราวเดียวกันมีความเสี่ยงกับความผิดพลาดในการส่งอีเมล์ผิดให้กับคู่ เจรจา ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ทำงานหรือธุระใดๆ ก็ตามให้เป็นไปตามลำดับ อย่าทำงานหลายอย่างในคราวเดียวกันเพื่อป้องกันการผิดพลาด
สัญชาตญาณบอก คุณได้ดีกว่าสมอง ใน แต่ละวันเรามีเรื่องต้องตัดสินใจประมาณ 20,000 เรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องในชั่วพริบตา และคนเป็นจำนวนมากที่ตัดสินใจโดยไม่รู้ตัว เช่น การทักทายและออกความเห็นในที่ประชุม โดยเฉพาะคนที่ทำงานในออฟฟิศ ที่มีเงื่อนไขของเวลาเป็นแรงกดดันในการตัดสินใจ นักจิตวิทยาจึงแนะนำให้ฟังเสียงความรู้สึกของตัวเองหรือสัญชาตญาณที่เรานำไป ใช้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งก็ทำให้มีทางเลือกที่เร็วกว่าในการตัดสินใจแบบสายฟ้าแลบ เนื่องจากการตัดสินใจแบบในชั่วพริบตาจำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ แต่ในกรณีที่คุณต้องตัดสินใจเรื่องที่ไม่เชี่ยวชาญก็ควรปรึกษาและขอความเห็น จากผู้ใหญ่ที่มีความรู้และประสบการณ์จะดีกว่า
กลิ่นกาแฟช่วยกระตุ้นเซลล์สมอง หากจำเป็นต้องตื่นแต่เช้าเพราะมีงานด่วน ยังรู้สึกงัวเงีย สมองยังไม่แล่นเพราะนาฬิกาชีวิตยังปรับไม่ทันความจำเป็นของคุณ สิ่งที่จะช่วยได้ก็คือกาแฟสักหนึ่งถ้วย ลำพังกลิ่นกาแฟในตอนเช้าก็มีผลกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว นี่คือผลการศึกษาจากนักวิจัยชาวญี่ปุ่น เพื่อนร่วมงานของคุณก็คงจะยินดีที่จะได้กาแฟสักหนึ่งถ้วยจากคุณและคุณก็ยัง ได้สูดกลิ่นกาแฟไปด้วยการแข่งขันกระตุ้นสมอง ถ้าเรารู้ว่าเราต้องแข่งขันกับใครสักคน มันจะกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนไปทั่วบริเวณสมองหรือที่เรียกกันว่า “ศูนย์รับรางวัล” เพราะจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยบอลล์ในประเทศเยอรมนี โดยการให้อาสาสมัครแข่งขันกัน หากใครตอบถูกจะได้รางวัล 120 ยูโร และมีการแสดงให้เห็นถึงปฏิกิริยาของสมองจากภาพสแกน ผลก็คือ มีเลือดไหลเวียนสูงสุดที่ศูนย์รับรางวัลของผู้เข้าแข่งขันระหว่างตอบคำถาม
สมาธิเพิ่มเมื่อมีงาน เสียงโทรศัพท์ ผู้ร่วมงานหัวเราะ มีอีเมล์ที่ต้องตอบ งานหลายๆอย่างประเดประดังเข้ามาใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าคุณจะตั้งสมาธิได้ ทั้งนี้ นักจิตวิทยาชาวอังกฤษพบว่า การมีสมาธิขึ้นอยู่กับงานยากหรือง่าย หากเป็นงานยาก สมองก็จะมีสมาธิกับงานอย่างอัตโนมัติ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณมีอารมณ์เศร้า ก็อย่าจมปลักกับงานที่ทำเป็นประจำเพราะมันอันตรายกับสมองในการใช้งานเกิน กำลังคุณควรเรียนรู้สิ่งใหม่ๆบ้าง เพราะมีการพิสูจน์มาแล้วว่าโครงสร้างสมองของผู้ใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อ ได้เรียนสิ่งใหม่ๆและกระบวนการเรียนรู้ทุกอย่างจะเชื่อมต่อระหว่างเซลล์สมอง ทำให้แข็งแรงขึ้น และยังก่อให้เกิดเซลล์ใหม่ๆด้วย ซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ
สมองทำงานเหมือน Google จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า เมื่อคนคิดถึงคำ ศูนย์ความคิดของคนเราจะทำหน้าที่คล้ายๆกับ Google คือ คิดตามลำดับ เช่น 1 2 3
สมองต้องออกกำลัง แม้เราจะไม่ค่อยได้บริหารสมองด้วยการคำนวณหรือทายปริศนาอักษรไขว้ เราก็สามารถช่วยให้สมองฟิตได้ เพราะจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยมิชิแกนได้ชี้ให้เห็นว่า การมีสังคมกับผู้คนสามารถช่วยให้สมองตื่นตัวได้เหมือนการบริหารสมอง
ที่มาจาก : vcharkarn.com
Apr
25
ขอขอบคุณของข้อมูลจาก คุณวนิษา เรซ ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพจาก ม.ฮาร์วาร์ด
ผู้หญิง สมัยนี้ อยากสวย ฉลาด และสุขภาพดี ทุกคนจึงพากันดูแลรูปร่าง ด้วยการออกกำลังกาย เคร่งครัด เรื่องอาหารการกิน แต่ไม่เคยมีใครสนใจว่าจะดูแลสมองอย่างไรให้มีสุขภาพดี ทั้งที่สมอง เป็นอวัยวะที่ตัดสินใจทุกเรื่องของชีวิต เราจึงควรเอกเซอร์ไซส์สมองให้ไบรท์ด้วยเทคนิคง่ายๆ ต่อไปนี้
1.จิบน้ำบ่อยๆ (Drink water very often)
สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ
2. กินไขมันดี (Enjoy good Omega 3)
คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วยปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น
3.นั่งสมาธิ วันละ 12 นาที (Meditation 12 min a day)
หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถ จินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์( ถ้าทำไม่ ได้ตอนเช้า) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน
4.ใส่ความตั้งใจ (Program the brain: have specific intention)
การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน
5.หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ (Laugh and Smile)
ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟินซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้น ให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ
6.เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน (Learn new thing everyday)
สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ ไปเรื่อยๆเมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
7.ให้อภัยตัวเองทุกวัน (Forgive yourself, reduce brain stress)
ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง
8.เขียนบันทึก Graceful Journal (Write graceful journal, good things inlife every day)
ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดีๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์
9.ฝึกหายใจลึกๆ (Deep breath)
สมองใช้ออกชิเจน 20 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 %การ มีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม
ที่มาจาก : vcharkarn.com
Apr
25
ขอขอบคุณ : รองศาสตราจารย์ ดร.กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์
ทฤษฎีการแก้ตัวกับการฉ้อฉลในการเรียน
ทฤษฎีการแก้ตัว Neutralization theory: Gresham Sykes and David Matza
คำว่า “ทฤษฎีการแก้ตัว” นั้นมาจากภาษาอังกฤษว่า “Neutralization Theory” คำว่า “การฉ้อฉล” นั้นตรงกับภาษาอังกฤษว่า “Cheating” ส่วนคำว่า “การฉ้อฉล” กับ คำว่า “กลฉ้อฉล” ในภาษาไทยนั้นมีความแตกต่างกัน ถ้าเป็น “การฉ้อฉล” จะเป็นการกระทำที่แสดงออกมา ส่วน “กลฉ้อฉล” จะเป็นการแสดงเจตนา ซึ่งทั้งสองประการนั้นหมายถึง การไม่ซื่อสัตย์และไม่สุจริตทั้งสิ้น Nicole Zito และ Patrick J. McQuillan แห่ง Boston College ได้ทำการวิจัยเรื่อง “It’s Not My Fault”: Using Neutralization Theory to Understand Cheating by Middle School Students ซึ่งเป็นการศึกษาถึงการใช้ “ทฤษฎีการแก้ตัว” ในการทำความเข้าใจกับการฉ้อฉลในการเรียนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนกลางใน สหรัฐอเมริกา ในการศึกษา
นี้ทำให้ทราบถึงการให้เหตุผลและการยอมรับ พฤติกรรมการฉ้อฉลในการเรียน พบว่า เทคนิควิธีให้เหตุผลแก้ตัว 3 ประการจาก 5 ประการที่ทำให้นักเรียนเหล่านั้นใช้แก้ตัวในการมีพฤติกรรมฉ้อฉลในการเรียน ได้แก่ (1) อ้างว่าตกอยู่ในภาวะจำต้องทำ (2) อ้างกล่าวโทษผู้อื่นเลวร้ายกว่า และ (3) อ้างเหตุผลที่ดีกว่ามาหักล้าง โดยมีข้อเสนอแนะจากการวิจัยว่า ควรสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียนให้มากขึ้น และสร้างบรรยากาศทางวิชาการให้เห็นคุณค่าในตัวของวิชาความรู้มากกว่าการให้ ได้คะแนนเพื่อเข้าเรียนต่อในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีชื่อเสียง
ทฤษฎีการแก้ตัว Neutralization theory: Gresham Sykes and David Matza
Elliot Aronson นักจิตวิทยาได้เขียนไว้ในหนังสือ The Social Animal โดยยกประเด็นคำถามว่า มนุษย์เป็นสัตว์ที่ใช้เหตุผลเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดและให้เสียน้อยที่ สุดตามกำลัง สมรรถนะ และความรู้ที่ตนมีอยู่ หรือเป็นสัตว์ที่หาเหตุผลที่ดีมาอ้างในการทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม Sykes and Matza สนับสนุนประเด็นที่สองและได้พัฒนาทฤษฎีที่ใช้อธิบายพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ต่าง ๆ เหล่านั้นในครั้งแรกพวกเขาโต้แย้งความเชื่อที่ว่า วัยรุ่นที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนั้นเพราะไม่ยึดถือค่านิยมที่เป็นแบบ อย่างจากอดีต หรือถ้ายึดถือก็ยึดถือไว้เพียงเป็นของที่ควรอนุรักษ์ไว้ เช่นไม่ควรโกหก ลักทรัพย์ หรือทำลายชีวิต เป็นต้น พวกเขาเชื่อว่าวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเนื่องจากได้รับค่านิยมใหม่ ที่ไม่เหมือนค่านิยมเก่า ความเชื่อนั้นดูจะไม่สนับสนุนผลการศึกษาของพวกเขา เพราะในความเป็นจริงแล้ววัยรุ่นเหล่านั้นยังรู้สึกผิดตามค่านิยมแบบเดิมอยู่ เมื่อวัยรุ่นมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือทำความผิด วัยรุ่นเหล่านั้นก็จะหา
เหตุผลมาแก้ตัวในการทำความผิดต่าง ๆ ซึ่งจะมีเหตุผลที่ใช้อยู่ประมาณ สองหรือสามอย่างจาก เหตุผลที่ใช้แก้ตัว 5 ประการที่ Sykes
and Matza เรียกว่า “เทคนิคที่ใช้แก้ตัว” หรือ “Techniques of Neutralization” ได้แก่
1. อ้างว่าตกอยู่ในภาวะจำต้องทำ (Denial of responsibility) เช่น ข้อสอบออกความจำมาก จำไม่ไหว
2. อ้างว่าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน (Denial of injury) เช่น ไม่ได้แย่งคะแนนใคร
3. อ้างว่าเหยื่อสมควรที่จะเป็นเช่นนั้น (Denial of the victim) เช่น ขอลอกดี ๆ ไม่ให้ก็ต้องเอาแบบนี้แหละ
4. อ้างกล่าวโทษว่ามีผู้อื่นเลวร้ายกว่า (Condemnation of the condemners) เช่น คนอื่นเขาทำกันยิ่งกว่านี้อีก
5. อ้างเหตุผลดีกว่ามาหักล้าง (Appeal to higher loyalties) เช่น ถ้าไม่ลอกก็สอบตก จบไม่ทันเพื่อน
พฤติกรรมการฉ้อฉล (Cheating)
การเรียนอย่างไม่ซื่อสัตย์และไม่สุจริตนั้นปรากฏออกมาในรูปของ การลอกการบ้าน การลอกข้อสอบจากเพื่อน การแอบนำเอกสารคำตอบเข้าห้องสอบ และการทุจริตการสอบด้วยวิธีการต่าง รวมถึงการลอกงานผู้อื่นในการทำรายงาน การเอาผลงานผู้อื่นเป็นของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากอินเทอร์เน็ต
จากผลการศึกษาของ McCabe, Trevino and Butterfield (2001) ที่ทำการสำรวจจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน4, 500 คน
พบ ว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งเคยเอาผลงานของผู้อื่นจากอินเทอร์เน็ตมาเป็นของตน มีจำนวน 74 เปอร์เซ็นต์เคยทุจริตการสอบ และ 97 เปอร์เซ็นต์ เคยลอกการบ้าน และการศึกษาของ Eisenberg (2004) กับนักเรียนมัธยมปลายจำนวนกว่า 3,000 คนที่เป็นนักเรียนได้คะแนนดี พบว่า 80 เปอร์เซ็นต์ยอมรับ
ว่าฉ้อฉล (Cheating) ในการสอบ
จากรายงานการศึกษาในปี ค.ศ. 2008 ของ Josephson Institute of Ethics ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ตั้งอยู่ที่เมือง Los Angeles
เปิดเผย ว่า จากการสำรวจนักเรียน มัธยมปลาย 29,760 คน มีจำนวน 64 เปอร์เซ็นต์ยอมรับว่าทุจริตการสอบเมื่อปีที่ผ่านมา (เพิ่มจาก 60 เปอร์เซ็นต์ในปี ค.ศ. 2006) และ 38 เปอร์เซ็นต์รับว่าทุจริตสองครั้งหรือมากกว่า (เพิ่มจาก 35 เปอร์เซ็นต์ในปี ค.ศ. 2006) และ จำนวน 36 เปอร์เซ็นต์รับว่าใช้อินเทอร์เน็ตลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเองในการทำ รายงาน (เพิ่มจาก 33 เปอร์เซ็นต์ในปี ค.ศ. 2006) พฤติกรรมการฉ้อฉล ได้แก่ โกหก (Lying) โกง (Cheating) และขโมย (Stealing)
สำหรับในประเทศไทย ยังไม่มีการสำรวจและเปิดเผยข้อมูลการฉ้อฉลในการเรียนอย่างเป็นทางการ แต่การฉ้อฉลในการเรียนเชื่อว่ามีอยู่ในสถาบันการศึกษาของไทยในทุกระดับ
การจัดการศึกษาเพื่อขจัดการฉ้อฉล
ระบบการศึกษาของไทยสร้างบรรยากาศของการแข่งขันมาก ทำให้นักเรียน นักศึกษา ต้องขวนขวายหาทางเอาชนะผู้อื่นให้ได้ บรรยากาศเช่นนี้มีตั้งแต่เริ่มต้นของการเรียนในระดับอนุบาล จนถึงจบการศึกษาขั้นสูงก่อนออกไปหางานทำ เมื่อต้องการหางานทำก็ต้องตกอยู่ในภาวะแข่งขันให้ได้งานอีก และเมื่อมีงานแล้วต้องแข่งขันเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพอีก และยังต้องแข่งขันอีกหลาย ๆ อย่างจนกว่าจะสิ้นชีวิตการแข่งขันกันในสถาบันการศึกษานั้นใช้ข้อสอบ การทำรายงาน การสร้างผลงาน รวมทั้งความขยันหมั่นเพียร ซึ่งมีคะแนนเป็นตัวตัดสินแพ้หรือชนะ การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีโอกาสทำคะแนนให้ได้มากกว่าผู้อื่นด้วยวิธีการ ฉ้อฉลย่อมทำให้การฉ้อฉลเกิดขึ้นได้มาก รวมทั้งการไม่เปิดโอกาสให้มีการสอบซ่อม หรือการออกข้อสอบที่ยากเกินไปจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการฉ้อฉลในการสอบมาก ขึ้น มาตรการที่ใช้ลงโทษผู้ทุจริตในการสอบอย่างรุนแรงอาจจะได้ผลในเชิงของการปราม ไม่ให้มีผู้กระทำผิดหรือทุจริตในการสอบ แต่ไม่สามารถขจัดการฉ้อฉลได้อย่างหมดสิ้น
การทุจริตการสอบด้วยการลอกข้อสอบไม่มีบัญญัติไว้ว่าเป็นความผิดในประมวล กฎหมายอาญา แม้แต่ในการสอบแข่งขันเพื่อเข้าเรียนต่อในสถาบันการศึกษา ยังไม่สามารถดำเนินคดีในฐานความผิดทุจริตการลอกข้อสอบได้ ต้องหาทางเอาผิดหรือลงโทษด้วยกฎหมาย หรือระเบียบ ข้อบังคับอื่นๆที่มีอยู่ ดังนั้น การลอกข้อสอบ หรือทุจริตการสอบจึงต้องหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นเท่านั้น แนวทาง ของการจัดการศึกษาควรดำเนินการตามข้อเสนอแนะจากผลการวิจัยของ Nicole Zito และ Patrick J. McQuillan ซึ่งได้เสนอไว้ สองประการสำคัญได้แก่
1. การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียนให้มากขึ้น การขจัดการฉ้อฉลในสถาบันการศึกษา หรือในห้องเรียนนั้นสามารถทำได้ด้วยสัมพันธภาพที่ดีระหว่างครูและนักเรียน เพราะนักเรียนและครูจะช่วยกันดูแลสอดส่องไม่ให้มีการฉ้อฉลเกิดขึ้น นอกจากนั้นนักเรียนไม่เห็นความจำเป็นต้องมีการฉ้อฉลเพราะสามารถปรึกษาขอคำ แนะนำกับครูผู้สอนในเรื่องการเรียนได้
2. การสร้างบรรยากาศทางวิชาการให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญในคุณค่าของเนื้อหาวิชา ที่เรียนมากกว่าคะแนนที่ได้ ครูต้องทำหน้าที่สร้างความสมดุลระหว่างคะแนนกับความรู้ เพราะการมีความรู้นั้นเป็นจุดประสงค์หลักของการเรียนการสอน ส่วนการมีคะแนนที่ดีเป็นประโยชน์สำหรับนักเรียนเพื่อการศึกษา
ต่อ ถ้าสามารถจัดการความสมดุลระหว่างคะแนนกับความรู้ได้ นักเรียนไม่มีความจำเป็นต้องฉ้อฉลเพื่อให้ได้คะแนนสูง ๆ
นอกจาก 2 ประการดังกล่าวแล้ว การจัดการศึกษาในสถานศึกษานั้น ครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของการไม่ฉ้อฉล ด้วยประการทั้งปวง เพราะครูจะเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับนักเรียน และเมื่อครูเป็นแบบอย่างที่ดีแล้วนักเรียนจะเลียนแบบอย่างที่ดีนั้นและไม่ สามารถหาข้อแก้ตัวที่อ้างกล่าวโทษว่ามีผู้อื่นเลวร้ายกว่าเช่น “ครูเองยังโกงการสอบเลย แล้วจะไม่ให้นักเรียนโกงได้อย่างไร”
ที่มาจาก : vcharkarn.com
Apr
25
เลือกให้เหมาะ ถ้าคุณเป็นมือใหม่ เราขอแนะนำให้ใช้ขนตาปลอมแบบที่เป็นแถบ ซึ่งจะใช้ง่ายกว่าแบบที่เป็นช่อเล็ก ๆ ไว้สำหรับแซม
อย่าเลือกที่เป็นแพหนา ควรเลือกแบบที่แหว่ง ๆ เว้า ๆ หน่อยดีกว่า เพราะอย่าลืมนะว่าขนตาจริงของคุณก็จะแทรกเข้ามาอยู่ในขนตาปลอมด้วย ถ้าคุณซื้อแบบหนา ๆ มา ก็จะยิ่งดูผิดธรรมชาติไปกันใหญ่
ใช้กาวสีเข้ม เลือกกาวติดขนตาปลอมแบบที่แห้งแล้วกลายเป็นสีดำจะดีที่สุด เพราะจะช่วยให้ดูกลมกลืนกับเส้นอายไลเนอร์ของคุณได้ง่ายกว่า
ทำเป็นขั้นตอนสุดท้าย คุณควรติดขนตาปลอมหลังแต่งหน้าแต่งตาเสร็จแล้ว รวมทั้งดัดขนตาจริงของคุณด้วย
ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com
Apr
25
อาการก่อนการมีรอบเดือน (premenstrual syndrome หรือ PMS) เป็นความหมายกว้าง ๆ ที่ใช้อธิบายอาการต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่กำลังมีรอบเดือน (the luteal phase) อาการเหล่านี้ เช่น วิตกกังวล, อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ, หงุดหงิด, อยากน้ำตาล, มึนงง, ปวดศีรษะ, อ่อนเพลีย, ซึมเศร้า, นอนไม่หลับ, บวมน้ำ, น้ำหนักตัวขึ้น, และกดเจ็บที่เต้านม อาการเหล่านี้ไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย ต่อไปนี้จะเป็นวิธีที่ช่วยได้
ทำให้น้ำตาลในเลือดสมดุล เพื่อรับมือกับความอยากของหวาน ให้แบ่งทานอาหารเป็นมื้อเล็กอย่าทานมาก แต่ให้ทานบ่อยมื้อขึ้น ให้เลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ธัญพืชขัดสีน้อยอย่างข้าวกล้อง, บาร์เล่ย์, ข้าวโอ๊ต, และขนมปังโฮลมีล และถั่วต่าง ๆ รวมทั้งทานผักให้มาก ๆ เพราะมีธาตุแมกนีเซียมสูงช่วยบรรเทาอาการวิตกกังวลได้ อาหารเหล่านี้ยังมีกากใยอาหารอยู่สูง ทำให้ดูดซึมเอสโตรเจนส่วนเกินออกจากร่างกายไป ให้หลีกเลี่ยงหรือรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวอย่างเช่นขนมปังขาวและพาสต้าให้น้อยที่สุด
ทำให้ฮอร์โมนสมดุล
สมุนไพร chasteberry และแบล็คโคโฮช ล้วนเป็นสมุนไพรที่ช่วยให้อาการก่อนมีรอบเดือนดีขึ้นโดยไปทำให้ฮอร์โมนมีความสมดุลอีกครั้งหนึ่ง
สมุนไพรที่ช่วยร่างกายปรับตัวกับความเครียด (adaptogenic herbs) อย่างเช่น withania ช่วยอาการหงุดหงิดได้เป็นอย่างดี
สมุนไพรเซ็นต์จอห์นเวิร์ต เป็นสมุนไพรต่อต้านอาการซึมเศร้า ช่วยอาการทางอารมณ์ได้ดี
แคลเซียมและแมกนีเซียม ช่วยลดอาการปวดศีรษะ, อารมณ์ที่ขึ้น ๆ ลง ๆ, และกล้ามเนื้อเป็นตะคริว
วิตามิน บี 6 อาจช่วยอาการหงุดหงิด และซึมเศร้าเพราะช่วยเพิ่มซีโรโตนินสารที่ช่วยควบคุมอารมณ์ของคุณ
ให้เกียรติแก่ตนเอง
เวลาที่คุณมีรอบเดือน คุณมีความรู้สึกเกลียดร่างกายตัวเองหรือรู้สึกยินดี? คุณรู้สึกยินดีที่ตัวคุณมีความสามารถในการชำระล้างและสร้างขึ้นมาใหม่หรือไม่? แทนที่จะสู้กับอาการที่คุณมีอยู่ ก็ขอให้ยอมรับความต้องการของตัวคุณเองดีกว่า ขอให้ใช้เวลาอยู่ร่วมสังสรรค์กับสุภาพสตรีคนอื่น ๆ และดูแลตนเอง ยิ่งคุณมีสติรับรู้รับการมาของรอบเดือนของคุณเท่าไร ร่างกายก็จะตอบสนองไปในทางที่ดีและอาการก็จะลดลง
อาการก่อนมีรอบเดือนเกิดในสตรีมากขึ้นด้วยเหตุผลที่เหมือนกัน คือเนื่องจากสังคมมองว่าการมีรอบเดือนเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความไม่สะดวกสบาย และนี่ทำให้เกิดการปฏิเสธในความเป็นหญิงแล้วก่อให้เกิดความเครียดลึก ๆ ในร่างกายของเรา วงจรรอบเดือนควรจะเป็นเรื่องของธรรมชาติ ลื่นไหลไปตามทาง เป็นเวลาของการพักผ่อนและหันมาคิดทบทวนเกี่ยวกับตัวเอง อย่างไรก็ตาม พวกเราส่วนมากมักจะปล่อยให้มันผ่านเลยไปราวกับไม่มีความหมาย การปฏิเสธตนเองแบบนี้ทำให้มันถูกบันทึกเอาไว้เป็นความจำอยู่ในเซล และอาการก่อนการมีรอบเดือนก็เป็นผลที่เราไม่ให้ความรักและเวลาที่เราไม่สามารถทำอะไรได้อย่างเพียงพอ
ลดอาหารว่างที่เป็นของหวานลง จำกัดการบริโภคน้ำตาลและรับประทานผลไม้หรือช็อกโกแลตชนิดออร์แกนิคชิ้นเล็ก ๆ หากรู้สึกว่า “อยากของหวาน” ขึ้นมา
รับประทานเพื่อต่อสู้การอักเสบ รับประทานปลาที่มีไขมัน เช่นปลาแซลมอนหรือปลาซาร์ดีน หรือรับประทานอาหารเสริมน้ำมันปลาชนิดคุณภาพสูง ลดการดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน
งดเกลือ เพราะเกลือทำให้เนื้อเยื่อบวมน้ำ ทำให้ท้องอืดมากขึ้น อาหารที่ผ่านกระบวนการผลิต อย่างเช่นซุปกระป๋อง, อาหารว่างบรรจุหีบห่อ และแม้แต่ขนมปังตามซุปเปอร์มาเก็ตล้วนแต่มีเกลืออยู่มาก
ดื่มน้ำให้มากขึ้น ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวอะไรนัก แต่พอคุณดื่มน้ำมากขึ้น เกลือส่วนเกินก็จะถูกขับออกทางปัสสาวะได้มากขึ้น แล้วก็จะช่วยหยุดอาการท้องอึด ให้ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
พักผ่อน! หากคุณเหนื่อยอ่อน ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูโทรทัศน์ในตอนกลางคืนก่อนเข้านอน ลดการออกกำลังกายลงบ้างและออกกำลังกายเบา ๆ เช่นการเดินหรือว่ายน้ำเป็นเวลาสักหนึ่งสัปดาห์ก่อนเริ่มมีรอบเดือน การออกกำลังกายช่วยให้อารมณ์ดี เพราะช่วยให้ร่างกายผลิตเอนดอร์ฟีน ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ช่วยขจัดความเจ็บปวด ขอให้ทำดู อารมณ์ที่พลุ่งพล่านมักจะเกิดขึ้นเวลามีความรู้สึกประดังเข้ามาจนรับไม่ไหว การทำตัวเป็นยอดหญิงมันไม่ได้พิสูจน์อะไรเลยรังแต่จะทำร้ายตัวเองเท่านั้น
มองหาคำตอบ จำไว้ว่าอาการก่อนมีรอบเดือนอย่างรุนแรงอาจเป็นสัญญาณที่เกิดจากสาเหตุทางร่างกายหรือจิตใจที่อยู่ลึก ๆ รวมทั้งเนื้องอกชนิด polycystic ovary syndrome หรือ PCOS, ไฟบรอยด์, เนื้องอก endometriosis, และความเครียด ขอให้ไปตรวจร่างกายเพื่อให้ทราบแน่ชัด
ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com
Apr
25
ใครเริ่มมีอาการประเภทปวดนิดเมื่อยหน่อยเป็นวิ่งแจ้นเข้าร้านนวด ควรรู้ไว้เกี่ยวกับอันตรายที่มาจากการนวด โดยเฉพาะร้านนวดที่มีบุคลากรในการนวดแผนโบราณที่ไม่ได้มาตรฐานแล้วล่ะก็ ยิ่งต้องระวังการกดทับ หรือกระแทกถูกอวัยวะสำคัญบางแห่ง
ไม่ว่าจะเป็น ”คอ” ซึ่งเป็นจุดชุมสายของเส้นประสาทและเส้นเลือด ถ้าถูกทุบหรือกดจุดจนรู้สึกเจ็บหรือชา ต้องรีบหยุดทันที ต่อมาคือ ”ศีรษะ” การทุบบริเวณต้นคอจนกระเทือนไปถึงท้ายทอยอย่างรุนแรง เสี่ยงเลือดตกในสมองได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงการนวดบริเวณนี้
ไล่ไปถึงบริเวณสันหลัง ท่าต้องห้ามคือการขึ้นเหยียบ งอตัว หรือบิดเอี้ยวแบบผิดท่าทาง อาจทำให้หมอนรองกระดูกบาดเจ็บได้ อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ”มดลูก หรือท้องน้อย” หากใช้แรงกดจนไปเบียดมดลูกมากจนเลือดออก หรือผู้ที่มีถุงน้ำในรังไข่ ก้อนเนื้องอกในมดลูก อาจส่งผลเสียมากกว่าแค่คลายปวดเมื่อยก็ได้
รู้อย่างนี้แล้วก็ระวังกันไว้ด้วยนะคะ
ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com
Apr
25
FIFA 11 ต้อนรับฤดูกาลใหม่กำหนดวันวางจำหน่ายแล้วในวันที่ 28 กันยายน 2010 นี้ กลับมาดวลศึกฟุตบอลลีกกันอีกรอบหลังจากเสร็จศึกฟุตบอลโลกกัน และวันนี้ทาง EA ยังเผยระบบใหม่ที่จะเพิ่มเข้าไปในเกม FIFA 11 ด้วยในชื่อว่า Creation Centre ซึ่งเป็นศูนย์รวมของระบบสร้างต่างๆ ให้คุณสามารถสร้างทีมรวมนักเตะชื่อดังตามต้องการ สร้างสุดยอดนักเตะในแต่ละตำแหน่ง หรือจะสร้างทีมใหม่ขึ้นมาแข่งกับทีมชั้นนำของโลกก็ทำได้เช่นกัน
ใน โหมด Creation Centre นี้นอกเหนือจากการปรับแต่งค่าพลังของนักเตะแล้ว ไม่ว่าอะไรๆอย่างอื่นก็สามารถเข้าไปปรับได้หมด อยากเปลี่ยนตราทีม ชุดแข่งขัน เหย้า-เยือน ถุงมือ เสื้อ กางเกง ถุงเท้า รองเท้า จะให้นักเตะแต่ละคนใส่แบบไหนปรับแต่งได้หมด ไม่เพียงเท่านั้น ยังสามารถปรับแต่ง Audio เสียงเพลงประกอบต่างๆในเกมได้ด้วย โดยเลือกเอาว่า สนามแข่งแต่ละสนามจะให้มีเสียงเชียร์ เสียงเอคโค่ แบบไหน ปรับได้เลยตามใจ
ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com
Apr
25
เกมส์ BattleForge
RTS แนวแฟนตาซีจาก EA
ตอนนี้เกมแนว RTS แบบแนวแฟนตาซี ที่มี นักรบ พ่อมด อ็อค โกเลม ผี ปีศาจ รบกันที่ฮิตสุดๆอันดับหนึ่งในไทย คงจะหนีไปไหนไม่พ้นนอกจาก DotA จากเกมส์ WarCraft ที่ยังคงมีผู้เล่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้าจะนับกันจริงๆเกมส์แนว RTS ที่เป็นแฟนตาซีสนุกๆก็หาได้น้อยมากในวงการเกมส์ จึงไม่แปลกที่ทำให้มีคนเล่น WarCraft และ DotA ทำให้ทาง Blizzard ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ แต่ว่าตอนนี้ท่าทางจะมีคู่แข่งใหม่มาท้าชิงแล้ว เมื่อ EA ก็ทำ RTS แนวแฟนตาซีออกมาด้วย หลังจากมัวแต่ไปทำแนวสงครามโลกอยู่ซะนาน ในชื่อว่าเกมส์ BattleForge
การต่อสู้ของโลก BattleForge คือสงครามการเอาตัวรอดระหว่างเผ่าพันธุ์ต่างๆ ในโลกแห่งการต่อสู้นี้ก็จะมีสิ่งมีชีวิตหลายเผ่าทั้งมนุษย์ เหล่าเทพ และสัตว์ประหลาดยักษ์มากมาย ซึ่งยูนิตต่างๆที่จะสร้างนั้นในเกมส์นี้จะขึ้นอยู่กับ Card ที่ผู้เล่นมีอยู่ แต่ว่า Card นี่ไม่ได้หมายถึงการ์ดที่เอามาเล่นแบบการ์ดเกมนะ แต่เป็นการ์ดสำหรับใช้สร้างยูนิตและคุณสมบัติต่างๆในเกมต่างหาก ซึ่งแต่ละคนสามารถใช้งาน Card ใน deck เมืองของตัวเองได้จำนวนว่าจะใช้กี่ใบ ซึ่งก็ต้องเลือกตามคุณสมบัติที่ต้องการ โดยสูงสุดจะใส่ได้คนละ 20 ใบเท่านั้น ซึ่งระบบนี้หากใครเคยเล่นเกมส์ RTS อย่างพวก Age of Empire น่าจะรู้จักดี
Key Features
- ใช้พลังแห่งแฟนตาซี ไฟ น้ำ ธรรมชาติ และพลังความมืด สู้และเอาตัวรอดจากสงครามระหว่างเผ่า
- เป็นเกมที่ใช้ระบบ Card-based ซึ่งความสามารถของกองทัพผู้เล่นจะสูงขึ้นหากได้การ์ดดีๆมาใช้ และแน่นอนว่ามีการท้าชิงแย่งการ์ดกันด้วย
- เมื่อชนะศึกได้จะได้การ์ดมา ซึ่งมีทั้งการ์ดธรรมดาและแรร์การ์ด สามารถเอาไปแลก ขาย หรือไม่ก็ตั้งประมูลให้ผู้เล่นคนอื่นได้ซื้อกัน แล้วเอาเงินไปใช้ทำอย่างอื่น
- เน้นระบบ Community ให้ผู้เล่นมีช่องทางสนทนาได้เยอะมาก ทำให้สนุกระหว่างการเล่นออนไลน์
- มีฉากเล่นและภารกิจกว่า 40 แบบ
- จะสนุกกับการสู้กันระหว่างผู้เล่น หรือจะเล่นแบบร่วมมือกันสู้กับคอมฯแบบ Co-op ก็สนุกได้ สูงสุดฉากนึง 12 คน
Source:
http://worthplaying.com/article.php?sid=58613
http://game.sanook.com/gameupdate/preview_09510.php
Apr
25
แข่งรถสุดคลาสิคกลับมาอีกครั้ง
จำ ได้แม่นเลยว่าในสมัยก่อนๆ ช่วงที่เกมคอนโซลภาพยังไม่สวยเท่าไหร่ ตอนนั้นเกมตู้ได้รับความนิยมสูงมากๆ โดยเฉพาะเกมแข่งรถ ยิ่งตู้ของเกม OutRun นี่ยิ่งฮิตสุดๆเพราะว่ามีเพียงเจ้าเดียวในสมัยนั้นที่ได้ลิขสิทธิ์รถของ Ferrari สุดหรูมาให้ขับในเกม แนวเกมก็จะเป็นเน้นการแข่งแบบขับถนนแบบ Local Road ชานเมืองและชนบทย่านชายทะเล วิวสวยๆ ให้อารมณ์ดีอย่างมาก แถมเพลงประกอบเกมก็เพราะเข้ากับตัวเกมดี จนกระทั่งต่อมาก็มีภาค OutRunner ออกมาโดยเพิ่มโหมดขับรถเอาใจสาวๆ และโหมดแข่งแบบ VS. สองคนด้วย และทุกวันนี้ตู้เกมส์ OutRun ก็ยังคงมีให้เล่นกันอยู่
และ ล่าสุดเกมส์ OutRun ได้นำมาลงเครื่องคอนโซลอีกครั้ง หลังจากหายไปพักหนึ่งบนภาค PS2 โดยหนนี้ทำลงเครื่อง PS3 และ X360 แทนในชื่อว่า OutRun Online Arcade ซึ่งเน้นฟีเจอร์ระบบการเล่นแบบออนไลน์นั่นเอง ฉากการเล่นก็จะเป็นถนนท้องถิ่นในเมืองแถบชายฝั่งทะเลเจ้าเก่า เช่นถนนแถบเมือง San Francisco และ California รถก็ยังคงเป็นพี่ม้า Ferrari เช่นเคย มีทั้งรถแบบคลาสสิคเปิดประทุนมีหัวคนขับโด่เด่ออกมาให้เห็นกันชัดเจนและรถ สปอร์ทสวยๆแบบใหม่ๆให้เลือกขับ ส่วนโหมดการเล่นก็มีการผสมผสานโหมดจากภาคเก่าๆไว้ด้วยกันเช่นโหมด Arcade แบบแข่งธรรมดา โหมด Heart Attack ที่จะต้องพาสาวๆไปซิ่งบิ้วอารมณ์ให้เต็มที่ โหมด Time Attack แข่งกับเวลา และโหมด VS. ดวลกับ Rival คู่ปรับ และโหมดแข่งใหม่ๆแบบออนไลน์
สำหรับเกมส์ OutRun Online Arcade จะไม่มีทำขายแบบกล่อง แต่จะขายแบบให้โหลดเล่นผ่านออนไลน์ด้วยระบบ PlayStation Network และ Xbox LIVE แทน ส่วนราคาค่าโหลดยังไม่เปิดเผย
Source:
http://worthplaying.com/article.php?sid=58482
Apr
25
Dream Club Portable เกมจีบสาวเกมใหม่แต่หน้าเก่าของ PSP ที่พอร์ตมาจากเครื่อง Xbox360 เป็นเกมจีบสาวที่จะให้คุณได้จีบเหล่าสาวๆนั่งดริ๊งในผับหรือคลับแห่งหนึ่ง ชื่อว่า Dream Club อันเต็มไปด้วยเหล่าสาวๆนั่งดริ๊งน่ารักๆจำนวนมาก แต่ว่าสาวๆที่จะให้ผู้เล่นจีบได้จะมีทั้งหมด 10 คนด้วยกัน ซึ่งตอนนี้ในภาค PSP เปิดเผยให้เห็นกันแค่ 8 ตัวอยู่เลย ต้องรอลุ้นว่าจะโดนตัดออกหรือไม่
ระบบ ของเกม Dream Club Portable ก็จะเหมือนกับของภาค Xbox360 คือเป็นเกมจีบสาวที่วันๆหนึ่งผู้เล่นจะมีเวลาจำกัดในการตีสนิทกับสาวๆ ผู้เล่นจะต้องสอบถามพูดคุย สั่งเครื่องดื่มมาดื่มด้วยกัน เพิ่มความสนิทสนมไปเรื่อยๆ โดยสามารถหาข้อมูลความชอบของสาวๆได้จากฝ่ายประชาสัมพันธ์ ในวันธรรมดาก็นั่งดืมในบาร์กัน และพอวันหยุดก็นัดสาวๆไปเที่ยวตามที่ต่างๆเหมือนเกมจีบสาวทั่วๆไปเลย
แต่ ว่ากิจกรรมทุกอย่างในเกมนั้นจะต้องใช้เงินทั้งหมด ผู้เล่นหาเงินได้จากเงินรายเดือน แต่ถ้าไม่พอใช้ก็สามารถไปทำงานพิเศษหาเงินเพิ่มได้ แต่ก็จะเสียเวลาในการจีบสาวๆไปนั่นเอง ดังนั้นเกมนี้ต้องบริหารทั้งเงินและบริหารเวลาให้ถูก นอกจากนี้ยังมีมินิเกมน่ารักหวานแหววมากมาย จะเอาไปใช้กับแฟนก็ได้นะ อย่างเช่นเกมกินป๊อกกี้ ที่ผู้เล่นกับสาวๆจะเริ่มกินจากคนละฝั่งกัน และสุดท้ายก็ปากชนกันพอดี
ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com
Recent Comments